#รีวิวจัดเต็ม ช่างชุ่ย ChangChui ความท้าทายครั้งใหม่หลังการปรับเปลี่ยน

หลังจากที่บทความอัปเดตช่างชุ่ยโดย #RETAILMAN ได้ปล่อยออกมาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ทำให้เกิดการถกเถียงกันในหลายๆ ประเด็นจากหลายๆ เสียง วันนี้ทางทีม #ชีวิตติดห้าง ทั้งหมดจึงได้พากันไปลงพื้นที่สำรวจช่างชุ่ยอีกครั้งในรอบสามเดือน ในช่วงคืนวันเสาร์วันหยุด Long Weekend วันแม่พอดี เพื่อนำบรรยากาศที่แท้ทรูมาฝากกัน และไขข้อสงสัยในประเด็นต่างๆ ให้เคลียร์!

เรื่องที่จอดรถ

สำหรับใครที่กังวลเรื่องที่จอดรถที่อาจจะไม่เพียงพอในสมัยแรกๆ มาวันนี้เขาได้เพิ่มลานจอดรถฝั่งติดถนนสิริธรเพิ่มอีกหนึ่งจุด โดยมีความจุได้ถึงกว่า 200 คัน ซึ่งเราได้ลองมาจอดลานจอดใหม่นี้ด้วย ลานจอดรถจุดใหม่นี้ปัจจุบันเก็บค่าจอดรถอัตรา 3 ชั่วโมงแรก 40 บาท ชั่วโมงถัดไปชั่วโมงละ 10 บาท โดยมีโปรโมชั่นสำหรับผู้ที่นำรถมาจอดในลานจอดรถจุดนี้ สามารถนำคูปองที่แนบมาพร้อมบัตรจอดรถที่เจ้าหน้าที่ยื่นให้ตอนขาเข้าลานจอดรถ ไปประทับตรารับส่วนลดค่าจอดรถ 20 บาทเมื่อรับประทานอาหารในศูนย์อาหาร “แดกดิ้น” มูลค่าตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป

และเมื่อรวมกับจุดพื้นที่ลานจอดรถเดิมอีก 2 จุด ทั้งบริเวณริมรั้วด้านหลังห้างและลานจอดบริเวณใต้ทางด่วน จะทำให้สามารถรองรับรถยนต์ได้ถึง 800 คัน ซึ่งแม้จะยังไม่สามารถรองรับปริมาณรถยนต์ที่เข้ามาทั้งหมดแบบในสมัยก่อนที่เข้ามาใช้บริการวันละกว่าพันคัน แต่ก็เชื่อว่าสามารถรองรับปริมาณรถยนต์ของลูกค้าได้อย่างเพียงพอในปัจจุบันสบายๆ โดยอนาคตมีข่าวว่าทางช่างชุ่ยมีแผนจัดหาพื้นที่จอดรถเพิ่มเติม เพื่อรองรับปริมาณรถลูกค้ารวมทั้งหมดให้ได้มากกว่าพันคันในเร็วๆ นี้ เอาเป็นว่าตอนนี้เรื่องจอดรถ เบาใจไปได้เยอะ

เรื่องความปลอดภัย

ผู้บริหารช่างชุ่ยได้ให้ข้อมูลเอาไว้ว่า “มีการประสานงานกับทาง สน.บางพลัดเพื่อจัดทีมตำรวจร่วมกับพนักงานคอยตรวจตราและการดูแลรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของลูกค้าที่นำรถเข้ามาจอดในลานจอดทั้ง 3 จุด รวมถึงการอำนวยความสะดวกจัดการจราจร กวดขันและแจ้งไม่ให้ลูกค้าจอดรถริมทางนอกเหนือบริเวณที่ช่างชุ่ยจัดไว้ให้ เพื่อลดความเสี่ยงในเรื่องที่อันตรายต่อทรัพย์สินของลูกค้าเอง” ดังนั้นประเด็นนี้ก็ไม่น่ากังวลแล้ว แค่อย่าไปจอดที่อื่นที่อยู่นอกบริเวณการดูแลของเจ้าหน้าที่ ถ้าหาที่จอดไม่ได้ก็ขอให้เจ้าหน้าที่เขาช่วย

เรื่องการเลิกเก็บค่าผ่านประตูและห้องน้ำ

ปัจจุบันช่างชุ่ยได้เปลี่ยนนโยบายการเก็บค่าผ่านประตู ลูกค้าสามารถเข้า-ออกและร่วมกิจกรรมต่างๆ กับทางห้างจัดขึ้นที่ลานกิจกรรมได้ฟรีในทุกๆ วัน โดยได้ #ยกเลิกการเก็บค่าผ่านประตู และยกเลิกค่าเข้าห้องสุขาแบบถาวรมาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2561 ซึ่งตรงนี้แหละที่จะทำให้คนมากันเยอะขึ้น #น่าจะทำมาตั้งแต่แรกแล้ว

เรื่องร้านค้าที่บางตาลง

เราเห็นร้านค้าบางส่วนถูกปล่อยว่างในพื้นที่หลายๆ จุด แต่พอลองเข้าไปสอบถามพนักงาน เขาบอกว่าเดี๋ยวจะมีการขยายหมวดร้านค้าเพิ่มให้หลากหลายขึ้น เช่น พวกโรงเรียนสอนศิลปะดนตรี สอนทำอาหาร ฟิตเนส ร้านอาหารออร์แกนิค คือเรียกว่าหลากหลายโดยที่ยังจะพยายามคุมโทนความอาร์ตของช่างชุ่ยเอาไว้ ไม่ให้กลายเป็นห้างตลาดเหมือนเจ้าอื่น ตรงนี้น่าสนใจ รอดูว่าจะมากันได้ครบหรือไม่ และที่อื่นเขามี Co-Working Space ช่างชุ่ยก็ไม่ตกเทรนด์ แต่จะทำ Co-Workshop Space แทนอีกด้วย ทั้งหมดนี้น่าจะเริ่มได้เห็นตั้งแต่เดือนก.ย.

เรื่องบรรยากาศ

เย็นวันเสาร์ที่อากาศไม่ร้อนและมีฝนปรอยตามมาเป็นระยะ มีคนเดินถ่ายรูปขวักไขว่ไปมาอย่างไม่บางตา มีงานอีเวนต์สัมมนาที่มีคนเข้ามาให้ความสนใจอยู่พอสมควร แต่ไม่ว่าจะมาวันไหน คนจะมากหรือน้อย ก็แทบไม่ได้มีผลต่อบรรยากาศของช่างชุ่ยเพราะขนาดพื้นที่ที่ใหญ่พอดีๆ สำหรับธีมพาร์คขนาดย่อมที่คอนเส็ปต์อาร์ตจ๋าแบบนี้ จุดขายของช่างชุ่ยคือเครื่องบินก็ยังคงเป็นจุดขายที่ดึงดูดคนให้มาถ่ายรูปได้ดี รวมถึงอีกหลายจุดที่คนมาครั้งแรกจะรู้สึกทึ่งในความแนว #เช่นห้องน้ำ

จุดที่ยังน่าเป็นห่วง

คือจุดที่สามารถหลบแดดหลบฝนได้ยังน้อยอยู่ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ Wheelchair ถือว่ายังติดลบ เรียกว่าเป็นสถานที่ของฮิปสเตอร์โดยแท้ องค์ประกอบทั้งมวลไม่เหมาะที่จะพาคุณแม่สว.หรือลูกเล็กที่ต้องมีรถเข็นมาด้วยในตอนนี้

สรุป

ช่างชุ่ยไม่ใช่ห้าง แต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนวหนึ่งที่ควรมาสักครั้ง ไม่ใช่เพื่อมาแวะซื้อของแบบห้าง แต่มาเพื่อเสพบรรยากาศที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ดังนั้นความคาดหวังต่อจากนี้จากการที่ไม่ได้เก็บค่าเข้าแล้ว ก็คงจะเป็นเรื่องของการพัฒนาจุดดึงดูดใหม่ๆ ในฐานะ Destination Point ที่มีร้านต่างๆ รองรับการมาเยือน มากกว่าจะนำพา Retail ใหญ่ๆ ให้มาเผชิญความไม่คงเส้นคงวาของ Traffic จากแนวทางการเปลี่ยนแปลงที่เห็นตอนนี้ ก็มีแนวโน้มว่าต่อจากนี้เราคงได้เห็นอะไรใหม่ๆ จากที่นี่อีกไม่น้อยเลยครับ

Tags: