เมกา ฟู้ด เทสติวัล 2019 ตามรอยอร่อยแบบโลคอล ที่รวมร้านดังให้ชิมอย่างจุใจในงานเดียว!

งาน “เมกา ฟู้ด เทสติวัล 2019” ตามรอยอร่อยแบบโลคอล ที่รวมร้านดังให้ชิมอย่างจุใจในงานเดียว!
ระหว่างวันที่ 8 – 12 สิงหาคม 2562
ณ ชั้น G โซนฟู้ดวอล์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าเมกาบางนา

ภารกิจแห่งความสุขของเหล่านักชิมตัวยง คือการได้ลิ้มลองอาหารเมนูจากร้านอร่อยในสไตล์โลคอล เมนูธรรมดาที่ไม่ธรรมดาจริงๆ งานนี้ทุกคนต้องยอมยกนิ้วให้ในรสชาติที่เรียกได้ว่าเป็นความอร่อยระดับตำนาน ซึ่งกว่าจะค้นหาตามไปชิมกันได้ก็ยากเย็น…. แต่จะดีแค่ไหน หากร้านดังเหล่านั้นมารวมตัวกันให้ชิมอิ่มจุใจกันในงานเดียว

ศูนย์การค้าเมกาบางนา สุดยอดแหล่งช้อปปิ้งและสถานที่พบปะสังสรรค์แห่งย่านกรุงเทพตะวันออก ร่วมกับ เครือมติชน สร้างปรากฎการณ์ความอร่อย ในงาน “เมกา ฟู้ด เทสติวัล 2019 จัดโดย เครือมติชน” (Mega Food Tastival 2019, flavored by Matichon) ระหว่างวันที่ 8 – 12 สิงหาคมนี้ ณ ชั้น G ลานฟู้ดวอล์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าเมกาบางนา ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Eat Like A Local” โดยรวบรวมกว่า 30 ร้านอร่อยระดับตำนานมาไว้ภายในงานแห่งเดียว ให้สายชิม สายช้อป ได้มารวมตัวกันอิ่มอร่อยและฟินสุดๆ กับเมนูอร่อย หารับประทานยากที่ทุกคนรอคอย อาทิ ร้านเฮียจกโต๊ะเดียว, ก๋วยเตี๋ยวเรือนายหมี วัดหนามแดง, ขนมไทยป้าเยาว์ เจ้าเก่าติวานนท์ เป็นต้น พร้อมสนุกสนานกับเวิร์คช้อปพิเศษต้อนรับเทศกาลวันแม่ อาทิ เวิร์คช้อปการชงชาเฉพาะบุคคล การทำ DIY โปสการ์ดแม่-ลูก การทำเจลลี่ดอกไม้ และการประดิษฐ์ช่อดอกมะลิ เป็นต้น

ภายในงานได้รวบรวมเอาร้านดังร้านเด็ดที่เป็นไฮไลท์ตามแนวคิด “Eat Like A Local” ซึ่งเหล่าสายชิม ห้ามพลาด! อาทิ ร้านเฮียจกโต๊ะเดียว โดยเฮียจก – สมชาย ตั้งสินพูลชัย กับตำนานความอร่อระดับเทพที่ต้องจองคิวกันไม่ต่ำกว่า 2 เดือน จึงจะได้รับประทานกัน พร้อมกับต้องรับกฎที่ว่า “เมนูอาหารที่ทำ ต้องตามใจเฮีย!” โดยเมนูเด่นๆ ของจกโต๊ะเดียวจะเป็น ปู กุ้ง และปลา ที่เฮียจกเชี่ยวชาญซึ่งการันตีได้เลยว่าอร่อยแน่นอน ก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวนายหมี วัดหนามแดง-บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยนายหมี – อำนาจ พิทยาธร ที่ปรุงก๋วยเตี๋ยวเนื้อสูตรพิเศษ กับน้ำซุปรสเด็ด และการคัดเลือกวัตถุดิบ ใช้น้ำซุปเคี่ยวเนื้อแต่ละวันกว่า 100 กิโลกรัม ไม่ใส่ผงชูรส ตุ๋นนาน 4 ชั่วโมง รสชาติอร่อยเข้มข้น ขาหมูกรอบเยอรมัน บาย เชฟเดย์ โดยคุณแจ็ค – จักรภัทร กีรพัฒนพิบูลย์ ที่พัฒนาสูตรเฉพาะตัวนานถึง 3 ปี คัดสรรขาหมูคุณภาพดี เลือกใช้เฉพาะขาหลัง เพราะเนื้อมาก กระดูกเล็ก ทอดในเตาที่ทำขึ้นมาเฉพาะ จนได้ขาหมูกรอบที่ส่วนหนังฟูกรอบนานถึง 8 ชั่วโมง รับประทานกับน้ำจิ้มสูตรพิเศษเข้ากันอย่างลงตัว ดีว่ะ แหนมเนือง ร้านแหนมเนื้องชื่อก้องในโลกออนไลน์ สูตรโฮมเมดที่ใช้ดอกเกลือ แอปเปิ้ลไชเดอร์และน้ำตาลโตนด ไม่ใส่ผงชูรสและวัตถุกันเสีย ร้านถนัดหอย อิ่มฟินไปกับหอยระดับพรีเมี่ยม ทั้งหอยแครง หอยแมลงภู่ หอยนางรม และหอยเชลล์ ที่สดและสะอาดทุกวัน ทำเป็นเมนูแสนแซ่บ สูตรอร่อยจัดจ้าน ร้านซี่โครงปราณ ร้านดังต้นตำรับของอำเภอปราณปุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีสูตรเด็ดที่เคี่ยวซี่โครงหมูจนเปื่อยละมุนลิ้น แทบไม่ต้องเคี้ยว เป็นต้น
จากนั้น มาอร่อยกันต่อกับเมนูขนมหลากชนิด ทั้งขนมไทยสูตรต้นตำรับ ขนมไทยป้าเยาว์ เจ้าเก่าย่านติวานนท์ โดยป้าเยาว์ – พะเยาว์ กฤษแก้ว แม่ค้าขนมหวานเจ้าอร่อย ที่ทำขนมหวานกับพี่ๆ น้องๆ มากว่า 20 ปี มีเมนูอร่อยกว่า 20 เมนู อาทิ บัวลอยสาคูมะพร้าวอ่อน ข้าวเหนียวถั่วดำ กล้วยบวชชีมะพร้าวอ่อน เต้าส่วนเม็ดบัว เปียกลำไย เป็นต้น และเมนูยืนหนึ่งของร้าน คือ ข้าวเหนียวมูน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดสูตรขนมมาจากคุณแม่ ที่เมื่อได้ชิมแล้ว ได้รสหวานมันของน้ำกะทิสดๆ ข้าวเหนี่ยวนุ่มลิ้นหอมใบเตย ทานคู่กับไว้สังขยาหอมหวาน แต่ไม่เลี่ยนและไม่มีกลิ่นคาวไข่เลย รวมไปถึงเครื่องดื่มแสนอร่อยจาก ร้าน Grun Café Eatery กับสูตรกาแฟไข่เวียดนาม ที่ให้รสชาตินุ่มนวลเหมือนกำลังกินขนม แต่ผสมกับความเข้มข้นของกาแฟดำได้อย่างลงตัว ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น และพลาดไม่ได้กับ ร้าน Piset Restaurant Phuket ที่นำชาเย็นแก้วยักษ์ ชาเย็นสุดฮิตจากจังหวัดภูเก็ต ที่สร้างสรรค์สูตรใหม่โดนใจคนรุ่นใหม่ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความหอมของกลิ่นชาใต้ อาทิ ชาไข่มุกภูเขาไฟ และนมสดบราวน์ซูการ์ซีสซี่ครันซ์ซี่ เป็นต้น

นอกจากนี้ ร้านอาหารระดับตำนานของนักชิมที่พร้อมใจกันมาร่วมเปิดร้านภายในงานเดียวกันแล้ว เหล่าเชฟคนดังจากร้านอร่อย ยังพร้อมมาสาธิตแนะนำวิธีการปรุงอาหารเมนูอร่อยอีกด้วย อาทิ เชฟเฮียจก – สมชาย ตั้งสินพูลชัย และ เชฟแจ็ค – จักรภัทร กีรพัฒนพิบูลย์ จากร้านขาหมูกรอบ บาย เชฟเดย์ เป็นต้น

พร้อมกันนี้ ภายในงานยังจัดเวิร์คช้อปพิเศษต้อนรับเทศกาลวันแม่ อาทิ เวิร์คช้อปการชงชา (Tea Blending) ที่แนะนำการชงชาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ทั้งชาเขียว ชาขาว ชาดำ และชาอูหลง, การถ่ายทอดความรักความผูกพันของคุณแม่คุณลูก ผ่านการประดิษฐ์โปสการ์ด, เวิร์คช้อปการเจลลี่ดอกไม้ และการทำซุ้มดอกมะลิที่สวยงาม เป็นสัญลักษณ์ในวันแม่ เป็นต้น

สายช้อปสายชิม ห้ามพลาด! ตามรอยอร่อยในสไตล์ Eat Like A Local ในงาน “เมกา ฟู้ด เทสติวัล 2019 จัดโดย เครือมติชน” ระหว่างวันที่ 8 – 12 สิงหาคมนี้ ณ ชั้น G โซนฟู้ดวอล์ค พลาซ่า ศูนย์การค้า เมกาบางนา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-105-1000 และ www.mega-bangna.com

“เมกา พาร์ค” จุดนัดพบสีเขียวแห่งใหม่ 
ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา

เติมเต็มไลฟ์สไตล์ มอบความสุขให้ทุกครอบครัว รับซัมเมอร์และปิดภาคเรียน

ศูนย์การค้าเมกาบางนา สุดยอดแหล่งช้อปปิ้งและสถานที่พบปะสังสรรค์แห่งย่านกรุงเทพตะวันออก เปิดตัว “เมกา พาร์ค” (Mega Park) สวนสาธารณะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจบนพื้นที่กว่า 7 ไร่ มอบเป็นพื้นที่สีเขียว และปอด แห่งใหม่ของชาวบางนา เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การใช้ชีวิตในทุกไลฟ์สไตล์ที่ครบวงจรให้กับทุกคนในครอบครัว สนุกสนานกับสนามเด็กเล่น พร้อมเครื่องเล่นสำหรับเด็กที่มีมาตรฐานปลอดภัย อาทิ บ้านต้นไม้ ลานน้ำพุ และสนามเด็กเล่นในร่ม พร้อมเส้นทางวิ่งออกกำลังกายและปั่นจักรยานสุดร่มรื่นสำหรับคนรักสุขภาพ และยังเปิดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ที่สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาร่วมกิจกรรมต่างๆ กับเจ้าของได้ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาใช้บริการได้โดยไม่เสียใช้จ่าย เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 6.00 – 20.00 น.

นางสาวปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวว่า “เมกาบางนา ได้เดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ภายใต้แนวคิด “Meeting Place” ที่เป็นสุดยอดแหล่งช้อปปิ้งและสถานที่พบปะสังสรรค์ที่เป็นศูนย์รวมของทุกคนในครอบครัว รองรับทุกเจนเนอเรชั่น ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงกลุ่มคนสูงอายุ ให้สามารถพบปะสังสรรค์และทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างครบวงจร โดยล่าสุดได้เปิด “เมกา พาร์ค” สวนสาธารณะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจบนพื้นที่กว่า 7 ไร่ ช่วยสร้างสังคมและสุขภาพที่ดี เป็นพื้นที่ให้กับทุกคนในครอบครัวสามารถใช้เวลาทุกกิจกรรมร่วมกันได้อย่างมีความสุข ทั้งการออกกำลังกาย เด็กๆ มีพื้นที่ให้เล่นอย่างสนุกสนานและปลอดภัย หรือสามารถพาสัตว์เลี้ยงแสนรักมาร่วมกิจกรรมพักผ่อนได้ หรือชวนกันมาถ่ายภาพสุดเก๋ท่ามกลางต้นไม้นานาพันธุ์และธรรมชาติที่ร่มรื่น และดีไซน์การออกแบบสวนที่สวยงาม”

เมกา พาร์ค ได้ออกแบบจัดสรรพื้นที่อย่างสวยงามเป็นธรรมชาติ พร้อมประโยชน์ใช้สอยอย่างลงตัว เป็น 7 โซน คือ 
(1) บ้านต้นไม้ในฝัน ออกแบบเป็นบันไดไม้วนรอบต้นไม้ให้น้องๆ หนูๆ ปล่อยพลังวิ่งเล่น แล้วสไลด์ลงมาผ่านสไลเดอร์ยักษ์สูง 2.6 เมตร หรือคนรักการวิ่งสามารถวิ่งวนเรียกเหงื่อ เพื่อไปต่อยังลู่วิ่งลอยฟ้าด้านบนยาว 250 เมตรได้ (2) ลานน้ำพุปริศนา ที่ปรับระดับความสูง และสุ่มปล่อยน้ำพุออกมาให้ตื่นเต้นเป็นจังหวะ ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงให้ยืนชม แต่เด็กๆ สามารถวิ่งเข้าไปเล่นน้ำพุชุ่มฉ่ำได้อย่างจุใจ และพิเศษตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป จะเปิดแสงไฟเพิ่มสีสันให้สนุกสนานมากขึ้น (3) สนามเด็กเล่นในร่ม ที่ออกแบบอยู่ใต้อัฒจันทร์ สำหรับน้องหนูอายุ 2-6 ปี โดยปูแผ่นรอง
ซัพพอร์ทหนานุ่ม สำหรับเด็กเล็กสามารถคลานเล่นได้อย่างปลอดภัย (4) อัฒจันทร์ขนาดใหญ่แบบเปิดโล่ง สำหรับนั่งพักผ่อน หรือชมกิจกรรมที่จัดขึ้นที่สนามหญ้า (5) สนามหญ้า พื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งวิ่งเล่น นั่งพักผ่อน หรือออกกำลังได้ตามความชื่นชอบ (6) ลู่วิ่ง เส้นทางสีแดงสำหรับการวิ่งจ็อกกิ้งออกกำลังกายเบาๆ หรือเด็กๆ สามารถมาปั่นจักรยานสนุกสนานได้ และสุดท้ายกับโซน (7) ลู่วิ่งลอยฟ้า ความยาวรอบ 250 เมตร ท่ามกลางธรรมชาติและต้นไม้ที่ร่มรื่น เพิ่มบรรยากาศให้การออกกำลังกายสดชื่นมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ เมกา พาร์ค ยังให้ความสำคัญกับความสะอาดและความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยเป็นสวนสาธารณะที่ปลอดบุหรี่ และแอลกอฮอลล์ทุกประเภท พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดโดยรอบ รวมทั้งเปิดเป็นสวนสาธารณะสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ซึ่งประชาชนสามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาพักผ่อนภายในสวนได้ โดยขอความร่วมมือให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด โดยทางเมกาบางนายังเตรียมห้องสุขาที่ถูกสุขลักษณะสำหรับสุนัขและแมวไว้บริการอีกด้วย

ซัมเมอร์และปิดเทอมนี้… แบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขกันได้ทั้งครอบครัว ทั้งการออกกำลังกาย พักผ่อน และกิจกรรมสันทนาการครบวงจรได้ที่ “เมกา พาร์ค” จุดนัดพบสีเขียวแห่งใหม่ ที่ศูนย์การค้าเมกาบางนา สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 02-105-1000 และ www.mega-bangna.com

 

เมกา วันเดอร์ฟูล ไชนีส 2019 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา

ต่อ ธนภพ รับบทจักรพรรดิ์จีนผู้ยิ่งใหญ่ ในโชว์พิเศษฉลองตรุษจีนมหามงคล พร้อม 3 คณะมังกรดัง

ศูนย์การค้าเมกาบางนา สุดยอดแหล่งช้อปปิ้งและสถานที่พบปะสังสรรค์แห่งย่านกรุงเทพตะวันออก จัดงาน เมกา วันเดอร์ฟูล ไชนีส 2019” (Mega Wonderful Chinese 2019) ต้อนรับเทศกาลมหามงคลตรุษจีนปีกุน โดยจัดพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการแสดงพิเศษจาก ต่อ – ธนภพ ลีรัตนขจร นักแสดงหนุ่มร่วมแสดงรับบทเป็นจักรพรรดิ์ผู้ยิ่งใหญ่ พร้อมกับโชว์ “The Battle of The Three Dragons” การประชันลีลาของสุดยอดคณะเชิดมังกรระดับตำนานของไทยถึง 3 คณะ คือ คณะหลวงพ่อวัดโกรกกราก, คณะลูกหลวงพ่อฉันสมอ, คณะลูกหลวงพ่อน้ำทิพย์ ที่แสดงความสามารถ ศักยภาพ และความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคณะ

โดยตลอดงานเมกาบางนายังได้จัดให้มีการประดับตกแต่งศูนย์การค้า ด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมากจากลวดลายเครื่องลายคราม หมากรุกจีน โคมไฟจีน และตัวอักษรมงคลของจีน ด้วยโทนสีน้ำเงิน ขาว แดง และทอง ที่ดูร่วมสมัย เพื่อให้ลูกค้าสามารถร่วมเก็บภาพความยิ่งใหญ่ของเทศกาลตรุษจีนเป็นที่ระลึกได้ พร้อมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของจีนที่หาชมได้ยาก อาทิ กายกรรม มายากลลูกข่างจีน เชิดสิงโต และการแสดงดนตรีกู่เจิง เป็นต้น ที่จัดหมุนเวียนให้ผู้ชมตลอดทั้งงาน รวมถึง กิจกรรมบูชาเทพเจ้าเพื่อความเป็นสิริมงคล และรับคำทำนายจากวัดเล่งเน่ยยี่ และพิเศษสุด สำหรับลูกค้าที่มียอดใช้จ่ายภายในศูนย์การค้าตามเงื่อนไขที่กำหนด รับสิทธิ์ถ่ายภาพในสตูดิโอ พร้อมเสื้อผ้าและเครื่องประดับในสไตล์จีน พร้อมได้รับภาพเป็นที่ระลึกอีกด้วย

ซื้อหุ้น “สยามฟิวเจอร์” “เมเจอร์” เปิดเกมรุกใหม่ค้าปลีก

เป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” เจ้าตลาดโรงหนังในรอบปีนี้เลยก็ว่าได้

สำหรับการประกาศซื้อหุ้น “สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์” หรือเอสเอฟ เพิ่มอีกเกือบเท่าตัว เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา

“เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์” ภายใต้การบัญชาการของ “วิชา พูลวรลักษณ์” แม่ทัพใหญ่ ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า จะเสนอซื้อหุ้นเอสเอฟอีกไม่เกิน 428,346,412 หุ้น หรือ 24.11% จากเดิมที่เมเจอร์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เอสเอฟ ด้วยสัดส่วน 24.89% (ข้อมูล ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2559)

งานนี้เมเจอร์เคาะราคาให้ที่หุ้นละ 6.20 บาทซึ่งใกล้เคียงกับราคาที่ซื้อขายในตลาด หรือรวมเบ็ดเสร็จคิดเป็นเม็ดเงินกว่า 2,600 ล้านบาท และการซื้อหุ้นครั้งนี้ มีเงื่อนไขว่า เอสเอฟต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของสยามฟิวเจอร์ และเมเจอร์ต้องได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ (Tender Offer) หุ้นทั้งหมดของเอสเอฟ หากทุกอย่างลงตัว เมเจอร์จะถือหุ้นเอสเอฟเท่ากับ 49%

บรรดานักวิเคราะห์หลักทรัพย์จากโบรกเกอร์หลาย ๆ ค่าย วิเคราะห์ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า งานนี้เมเจอร์จะได้รับประโยชน์จากการเข้าถือหุ้นในสัดส่วนที่มากกว่า 25% เช่น การลงมติเพื่อพิจารณาวาระที่สำคัญที่ต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 75% อาทิ การเพิ่มทุน การลดทุน เป็นต้น

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์รายหนึ่งได้อธิบายเพิ่มเติมว่า การที่เมเจอร์มีสัดส่วนการถือหุ้นในเอสเอฟเพิ่มจาก 24.89% เป็น 49.00% ทำให้ยังไม่ต้องรวมงบการเงินของเอสเอฟ แต่จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเอสเอฟเพิ่มขึ้น จากการที่เอสเอฟมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นี่คือกลยุทธ์สำคัญของเมเจอร์ในการที่จะขยายธุรกิจให้มีความหลากหลายเพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากการดำเนินธุรกิจและผลประกอบการของเอสเอฟในอนาคต

นักวิเคราะห์รายนี้ขยายความว่า ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ยังมีแนวโน้มที่สดใส ตลาดมีความต้องการมาก และการเติบโตจะมาจากการขึ้นค่าเช่า การขยายพื้นที่เช่า สำหรับเอสเอฟ ในระยะอันใกล้นี้ รายได้ส่วนหนึ่งจะมาจากส่วนต่อขยายของโครงการเมกาบางนา การขายที่ดินย่านบางใหญ่ รวมทั้งการลงทุนในโครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างโครงการเมกา รังสิต ที่แม้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4-5 ปีข้างหน้า แต่การมีพื้นที่ให้เช่าเพิ่มขึ้นอีกมากกว่า 1 แสนตารางเมตร จะเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนกําไรให้เอสเอฟเติบโตอย่างมีนัยสําคัญ

สอดคล้องกับทิศทางของเอสเอฟที่นายกิตตินันท์สำรวจรวมผล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า เอสเอฟมีแผนพัฒนาโครงการทุกรูปแบบ ทั้งคอมมิวนิตี้มอลล์ โรงแรม ศูนย์การค้า โดยมีแผนจะขยายพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีก 30,000 ตารางเมตร ภายในปี 2560 จากปัจจุบันมีพื้นที่เช่าราว 4 แสนตารางเมตร

อาทิ การขยายและปรับปรุงพื้นที่เช่า โครงการ LPN ทาวน์ชิป รังสิต คลอง 1 เพิ่มอีก 5,100 ตารางเมตร คาดว่าจะเปิดได้กลางปีนี้ การปรับปรุงและเพิ่มพื้นที่เช่าโครงการที่ จ.ฉะเชิงเทรา เพิ่มอีก 2,000 ตารางเมตร จากเดิม 8,000 ตารางเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีนี้ โครงการมาร์เก็ตเพลส ทุ่งมหาเมฆ จะเพิ่มอีก 9,000 ตารางเมตร จากเดิมมีอยู่ 3,000 ตารางเมตร คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2561 และยังอยู่ระหว่างขายที่ดินเปล่าติดกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต จำนวน 50 ไร่ มูลค่าราว 2,000 ล้านบาท อยู่ระหว่างเจรจากับผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ 4-5 ราย นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนพัฒนาคอมมิวนิตี้มอลล์ในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีด้วย

และนี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการในอนาคตเท่านั้น

แน่นอนว่า อานิสงส์ส่วนหนึ่งก็จะส่งผลไปถึงเมเจอร์ด้วย อย่างน้อยในแง่ของเงินปันผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะว่าไปแล้วผลลัพธ์สำหรับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ คงมีแต่…ได้กับได้ และได้ 

เพราะนี่คือการลงทุนเพื่อต่อยอดให้รายได้-กำไร งอกงามขึ้นอีกทางหนึ่ง จากเดิมที่ธุรกิจโรงหนังก็นับวันจะเติบใหญ่ในวันข้างหน้า

Credit: http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1471496996